ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Medical Laboratory)

Call : 073-223-600 ต่อ 238 , 239

ติดต่อทางอีเมลล์: [email protected]  
ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลสิโรรส
สถานที่ตั้งชั้น2 เปิดให้บริการครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง
มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัยมีคุณภาพตามมาตรฐาน อีกทั้งเรายังมีทีมบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วยนักเทคนิคการแพทย์และพนักงานมากกว่า 10 ท่าน ที่มีความรู้ความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ สามารถรายงานผลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วทันตามเวลาที่กำหนด
     บริการตรวจวิเคราะห์สิ่งส่งตรวจจากร่างกายมนุษย์ 6 กลุ่มสาขา ทางด้านเคมีคลินิก, ฮอร์โมนวิทยาคลินิก, จุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก, โลหิตวิทยาคลินิก, ภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก, ธนาคารเลือด และมีบริการส่งตรวจวิเคราะห์ต่อไปยังห้องปฏิบัติการหน่วยงานอื่น ในกรณีที่ทางห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลไม่เปิดให้บริการ ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัย บริการที่สะดวกและรวดเร็ว มุ่งเน้นผลการตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้ตามหลักวิชาการ ภายใต้ระบบการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน
     ด้วยความใส่ใจและการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ การตรวจวิเคราะห์กับทางห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาลสิโรรส ได้ผ่านการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานจากสภาเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ขั้นที่ 1 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิสัยทัศน์ (Vision)
ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ด้วยระบบคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ อยู่ในดวงใจของผู้รับบริการ
พันธกิจ
มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพงานห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานวิชาชีพ ก้าวสู่มาตรฐานสากล และสร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ
ขอบเขตการให้บริการ
ทางห้องปฏิบัติการได้คำนึงถึงความปลอดภัย ให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว มุ่งเน้นผลการตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้ตามหลักวิชาการ ภายใต้ระบบการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน
เปิดบริการตรวจวิเคราะห์สิ่งส่งตรวจจากร่างกายมนุษย์ 6 กลุ่มสาข
1. ทางด้านเคมีคลินิก
2. ฮอร์โมนวิทยาคลินิก
3. จุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก
4. โลหิตวิทยาคลินิก
5. ภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก
6. ธนาคารเลือด
***มีบริการส่งตรวจวิเคราะห์ต่อไปยังห้องปฏิบัติการหน่วยงานอื่น ในกรณีที่ทางห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลไม่เปิดให้บริการ***

การให้บริการเฉพาะทาง
  สาขาเคมีคลินิก : รายการเปิดตรวจเคราะห์ มีดังนี้ 
รายการตรวจ ระยะเวลาการรอผล
ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar) : งดอาหารก่อนตรวจอย่างน้อย 8 ชั่วโมง 45 นาที
ตรวจหาระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile) : งดอาหารก่อนตรวจอย่างน้อย 8 ชั่วโมง 45 นาที
ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด2-3เดือนที่ผ่านมา ( Hemoglobin A1C ) 30 นาที
ตรวจการทำงานของตับในเลือด ( Liver Function Test ) 45 นาที
ตรวจการทำงานของตับอ่อนในเลือด (Amylase, Lipase) 90 นาที
ตรวจการทำงานของไตในเลือด (BUN, Creatinine) 45 นาที
ตรวจหาระดับกรดยูริคในเลือด เพื่อดูภาวะโรคเกาท์ (Uric Acid) 45 นาที
ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ
• CPK, LDH, CK-MB,
• Troponin – T, Pro-BNP+

90 นาที
30 นาที
ตรวจประเมินภาวะสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ( Electrolyte ) 45 นาที
ตรวจหาระดับแมกนีเซียมในเลือด (Magnesium ) 90 นาที
ตรวจหาระดับ ในเลือด (Blood Alcohol) 90 นาที
ตรวจหาระดับแคลเซียมในเลือด (Calcium) 45 นาที
ตรวจหาระดับฟอสฟอรัสในเลือด (Phosphorus) 45 นาที
ตรวจหาระดับไมโครอัลบูมินในเด็กแรกคลอด ประเมินภาวะตัวเหลือง/ดีซ่าน (Microbilirubin) 45 นาที
*หมายเหตุ : ระยะเวลาการรอผล เริ่มนับตั้งแต่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ
  สาขาฮอร์โมนวิทยาคลินิก: รายการที่เปิดตรวจเคราะห์ มีดังนี้ 
รายการตรวจ ระยะเวลาการรอผล
ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ (TSH , FT3 ,FT4) 90 นาที
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ (CEA) 90 นาที
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP) 90 นาที
ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) 90 นาที
*หมายเหตุ : ระยะเวลาการรอผล เริ่มนับตั้งแต่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ
  สาขาโลหิตวิทยาคลินิก: รายการที่เปิดตรวจเคราะห์ มีดังนี้ 
รายการตรวจ ระยะเวลาการรอผล
การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) 30 นาที
การวัดการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR) 90 นาที
การตรวจวินิจฉัยหาเชื้อมาลาเรีย (Malaria Ag , Malaria Film ) 45 นาที
การตรวจหาความผิดปกติของปัจจัยการแข็งตัวของเลือด (PT , PTT) 60 นาที
การตรวจการแข็งตัวของเลือด (Bleeding time) 30 นาที
การตรวจกลไกการแข็งตัวของเลือด (Clotting time) 30 นาที
*หมายเหตุ : ระยะเวลาการรอผล เริ่มนับตั้งแต่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ
  สาขาธนาคารเลือด: รายการที่เปิดตรวจเคราะห์ มีดังนี้ 
รายการตรวจ ระยะเวลาการรอผล
การตรวจหาหมู่เลือดระบบ ABO 10 นาที
การตรวจหาหมู่เลือดระบบ Rh 10 นาที
การตรวจความเข้ากันได้ของเลือด 60 นาที
*หมายเหตุ : ระยะเวลาการรอผล เริ่มนับตั้งแต่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ
  สาขาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก: รายการที่เปิดตรวจเคราะห์ มีดังนี้ 
รายการตรวจ ระยะเวลาการรอผล
การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg) 30 นาที
การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (Anti-HBs) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อไข้เลือดออก (Dengue Ag และ Dengue IgG/IgM) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อ Leptospira(โรคฉี่หนู) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี (HCV) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza Antigen A/B/A(H1N1) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อเอดส์ (Anti-HIV) 90 นาที
การตรวจหาเชื้อซิฟิสิส (VDRL) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อไทฟอยด์ (Widal test) 45 นาที
การตรวจหาเชื้อ Rickettsia(Weil filix test) 45 นาที
การตรวจหา Rheumatoid Factor 45 นาที
การตรวจหา RSV Ag 30 นาที
*หมายเหตุ : ระยะเวลาการรอผล เริ่มนับตั้งแต่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ
  สาขาจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก: รายการที่เปิดตรวจเคราะห์ มีดังนี้ 
รายการตรวจ ระยะเวลาการรอผล
การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ 30 นาที
การตรวจวิเคราะห์หาสาร Morphine ในปัสสาวะ 30 นาที
การตรวจวิเคราะห์หาสาร Cannabinoides(กัญชา) ในปัสสาวะ 30 นาที
การตรวจวิเคราะห์หาสาร Methamphetamine ในปัสสาวะ 30 นาที
การตรวจวิเคราะห์การตั้งครรภ์ 15 นาที
การตรวจสาร Albumin- Sugar ในปัสสาวะ 15 นาที
การตรวจอุจจาระ (Stool Examination ) 30 นาที
การตรวจวิเคราะห์ฮีโมโกลบินในอุจจาระ ( Stool Occult Blood) 10 นาที
การตรวจไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ ( Microalbumin in urine ) 15 นาที
การตรวจหาเชื้อ Rickettsia(Weil filix test) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อแบคทีเรียจากสารคัดหลั่งต่างๆ ( Gram Stain) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อวัณโรคจากจากสารคัดหลั่งต่างๆ ( Acid fast stain) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อรา (KOH Preparation) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อราจากน้ำไขสันหลัง ( India ink preparation) 30 นาที
การตรวจหาเชื้อปรสิตและแบคทีเรีย (Wet Smear) 30 นาที
การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen analysis ) 90 นาที
*หมายเหตุ : ระยะเวลาการรอผล เริ่มนับตั้งแต่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ

ความรู้ทางการแพทย์
1. การเตรียมผู้ป่วยและการเก็บสิ่งส่งตรวจชนิดต่าง ๆ
2. อุปกรณ์และภาชนะสำหรับเก็บสิ่งส่งตรวจ
3. ลำดับในการใส่เลือดแต่และชนิดของหลอดเลือด
4. ขั้นตอนการส่งตรวจการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ
5. รายการตรวจที่ต้องมีเงื่อนไขพิเศษ
6. การขอเพิ่มรายการตรวจด้วยวาจา
7. เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ของห้องปฏิบัติการ
8. วิธีปฏิบัติเมื่อห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจที่ไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด
9. ระยะเวลาการรอผลของแต่ละรายการตรวจ
10. การรายงานค่าวิกฤติ

สาระน่ารู้
การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด
1. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรดื่มสุราหรือมีความเครียดในช่วงที่จะทำการตรวจสุขภาพ
***กรณีใช้ยาควรแจ้ง ให้แพทย์/พยาบาลทราบ เนื่องจากตัวยาบางชนิดอาจรบกวนการทดสอบทางห้องปฏิบัติการได้***
2. การงดอาหารก่อนเจาะเลือด (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้)
• หากต้องการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด ควรงดอาหารก่อนเจาะเลือด 8 ชั่วโมง
• หากต้องการตรวจหาระดับไขมันในเลือดร่วมด้วยควรงดอาหารก่อนเจาะเลือดอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
3. ควรใส่เสื้อที่พับแขนเสื้อขึ้นได้เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด และแขนเสื้อไม่รัดแน่นเกินไปเพื่อป้องกันการเขียวซ้ำจากการเจาะ
4. หลังเจาะเลือด ควรกดแผลที่เจาะเลือดไว้ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้เลือดหยุดไหล
***ไม่ควรแกว่งแขน หรือใช้แขนนั้นถือของหนัก ระวังไม่ให้แขนเสื้อรัดแขนบริเวณที่เจาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเขียวช้ำ***
5. หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน ควรแจ้งให้พยาบาล/เจ้าหน้าที่ทราบทันที และนั่งพักสักครู่ ไม่ควรลุกขึ้นทันที
6. หากมีอาการเขียวช้ำที่บริเวณที่เจาะเลือด
• ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบในวันแรกเพื่อบรรเทาอาการ
• ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบในวันต่อมา เพื่อให้หายจากอาการเขียวเร็วขึ้น
ทั้งนี้อาการเขียวช้ำเกิดจากมีเลือดซึมใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดได้จากการที่เลือดยังไม่หยุดไหลดีภายหลังการเจาะเลือด อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างกัน เช่น เส้นเลือดเปราะหรือแตกง่าย, การไม่กดบริเวณที่เจาะเลือด, มีการออกแรงมากจากแขนข้างที่เจาะเลือดเช่น การหิ้วหรือยกของหนัก เป็นต้น
ผู้หญิงชอบดื่มพึงระวัง
คุณผู้หญิงที่ชอบดื่มพึงระวังเพราะร่างกายคุณ จะซึมซับแอลกอออล์ได้เร็วกว่าผู้ชาย ( เมาเร็วกว่า)
แล้วคุณยังมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 50% แถมยังกระดูกเปราะกว่ากันมาก เพราะเหล้าจะเข้าไปทำลายเนื้อกระดูก (bone mass) ของคุณ (ที่มา : Rethinking Drinking" Reader''s Digest, December 2001)
อดนอนบ่อยๆ ระวังเป็นเบาหวาน
ร่างกายที่ไม่ได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม จะใช้อินซูลินได้น้อยลง ดังนั้นคนอดนอนบ่อยๆ จึงมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงกว่าปกติ (ที่มา : The Seattle Times, July 22, 2001)